งูเผือก                                                                                          

            การเป็นงูเผือก หรือทองนั้น มีสาเหตุมาจาก ความผิดปกติของร่างกาย ที่เกิดการกลายพันธุ์ ทำให้เกิดยีนด้อยขึ้น ในหน่วยพันธุกรรม ของสัตว์ตัวนั้นๆ ในสัตว์เผือก ยีนที่ควบคุมการเกิดสี ภายในร่างกาย จะบกพร่อง ทำให้เกิดการ เปลี่ยนแปลง ด้านต่างๆ กับเม็ดสี ภายในร่างกาย ซึ่งการเป็น งูเผือกส่วนใหญ่แล้ว จะเกิดจากเปลี่ยนแปลง แบบฉับพลัน หรือเรียกว่าการกลายพันธุ์ (mutation) คือผิดปกติ เฉพาะ งูตัวนั้นเพียงตัวเดียว เมื่อคลอดออกมาในธรรมชาติ ถ้าหากงูตัวนี้ มีโอกาสได้สืบพันธุ์ต่อไป และยีนด้อย การเป็นเผือกนั้น สามารถถ่ายทอด ทางพันธุกรรมได้ ยีนด้อยของการเป็นเผือกนี้ ก็จะแฝงตัวอยู่กับลูกหลาน แต่โอกาสแสดงออกมา ให้เห็นเป็นงูเผือกน้อยมาก เพราะร่างกาย ของสิ่งมีชีวิต มีหน่วยพันธุกรรมเด่นๆ อีกมากมายที่ข่มยีนด้อย เหล่านี้อยู่ เมื่อดูจากภายนอก เราไม่อาจบอกได้เลยว่า งูตัวใดมียีนด้อยแฝงอยู่บ้าง

 
 
            ลักษณะผิดปกติ ในตัวงูที่เปลี่ยนจากสีปกติ เป็นสีขาว นี้เรียกว่า โรคอัลบินิซึม (albinism) เกิดจากยีนด้อย ที่มีอยู่ในพันธุกรรม ทำให้ไม่สามารถ สร้างเอนไซม์ เมลาโนโซท์ ไทโรซิเนส (melamocyte tyrosinase) ที่จะเปลี่ยนไทโรซีน ซึ่งเป็นโปรตีน สำคัญตัวหนึ่ง ไปเป็นเมลานิน (Melanin) ซึ่งในมนุษย์ ทำให้ผู้ที่เป็นโรคนี้ แสดงลักษณะ เผือกคือ มีสีผิวขาว ผมขาว ตาสีขาว ม่านตาสีเทาและโปร่งแสง รูม่านตา สะท้อนแสงออกมาเป็นสีแดง ร่างกายอ่อนแอติดเชื้อได้ง่ายกว่าคนทั่วไป
     
              ส่วนในงู การเปลี่ยนแปลงนี้ อาจจะเปลี่ยนแปลงสมบูรณ ์คือขาวหมดทั้งตัว (Complete Albinism) หรือเปลี่ยนแปลงเฉพาะบางส่วน (Incomplete Albinism) ก็ได้ โดยงูเผือกขาว โดยสมบูรณ์นั้น รงควัตถุที่แสดงสี จะไม่ปรากฎให้เห็นเลยแม้ในดวงตา แสงจะผ่านดวงตา และสะท้อนผ่านเส้นเลือด ออกมาทำให้เห็นว่า ดวงตามีสีแดงทับทิม หรือในส่วนอื่นๆ ที่บอบบางของร่างกาย ก็จะเห็นเป็นสีชมพู ของเส้นเลือดเช่นเดียวกัน งูบางตัวอาจจะ ปรากฎสีขาว เฉพาะส่วน ก็เพราะมียีนด้อย ที่แสดงความเผือก ยังปรากฎออกมาไม่สมบูรณ์ เพราะมียีนเด่น ๆ ตัวอื่นข่มอยู่บ้าง  

            โอกาสที่งูสองตัวต่างเพศกัน ที่มีเชื้อพันธุ์ที่เผือก อยู่ในตัวจะมาเจอกัน และผสมพันธุ์กันในสภาพธรรมชาตินั้น เกิดขึ้นน้อยมาก โดยเฉพาะ งูที่มีจำนวนประชากร ในธรรมชาติเหลืออยู่มาก อาจจะเป็นแค่หนึ่งในล้านก็ได้ สำหรับงูเผือกในธรรมชาติ ที่เกิดจากการผสมพันธุ์กันเอง ของงูที่มียีนด้อย สิ่งเหล่านี้ เป็นการคัดเลือก เผ่าพันธุ์ของงูเอง เพื่อการอยู่รอดของพวกมัน เพราะการเป็นงูเผือก ถือว่าเป็นปมด้อย ที่ไม่ควรเหลือเอาไว้ หากจะรักษาเผ่าพันธุ์ไว้นานๆ ในความเป็นอยู่งูเผือกนั้น ย่อมลำบากกว่างูที่มีสภาพปกติอยู่แล้ว
     

             เพราะความผิดแปลก ที่ติดตัวมันมาย่อมจะสร้างปัญหา ให้กับตัวมันและเกือบทั้งหมด ของงูเผือกที่เกิดขึ้นในธรรมชาติมักจะตายลง เพราะไม่สามารถอยู่รอดได้ ในสภาพแวดล้อมของงูที่เป็นปกติ สีทีเคยซ่อนพรางไป กับสภาพแวดล้อม ในงูบางประเภท หากเปลี่ยนเป็นสีขาวเด่นชัด มันย่อมเป็นเป้า ที่มองเห็นได้ชัดเจน

             สำหรับงูที่เป็นเหยื่อ ของสัตว์อื่นมันย่อมจะถูกล่า ได้ง่ายกว่าเดิม เพราะการซ่อนพราง สีขาวเอาไว้ คงเป็นเรื่องยากมากการขยายพันธุ์งูนั้น จำเป็นต้องผสมเอาไว้มาก ๆเพื่อเป็นการ เพิ่มความหลากหลาย ทางพันธุกรรม เพื่อในอนาคต จะได้ไม่เกิดปัญหา จากการผสมกันเอง ในหมู่เครือญาติ (inbreed) ซึ่งจะทำให้งูอ่อนแอ มากยิ่งขึ้น

            Xanthochroism เป็นการผิดปกติ ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลง อย่างฉับพลันอันเนื่องมาจาก การเพิ่มรงควัตถุ zooxanthin ทำให้เปลี่ยนเป็น สีเหลือง เรียกสัตว์ที่เผือกเหลือง นี้ว่า Lutino ซึ่งก็คล้ายกับงู ที่ผิดปกติแบบเผือก ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน ล้วนมีจำนวนน้อย และหาได้ยาก จึงไม่ค่อยมีใคร ได้พบเห็นงูเหล่านี้กันมากนัก ที่พบอยู่ส่วนใหญ่ จะเป็นงูที่เกิดจากการเพาะเลี้ยง

 
     
 

            ในทางตรงกันข้าม กับความผิดปกติ ของร่างกายของมัน งูสีเผือกขาวหรือสีเหลืองทอง กับเป็นสิ่งที่ นักเลี้ยงงูหลายคน ต่างพากันหลงใหล และใฝ่หามา เพื่อมีไว้ในครอบครอง ประกอบกับราคาที่แสนแพงของมัน ที่เป็นหลักหมื่นขึ้นไปในงูสายพันธุ์ใหญ่ๆ ไม่ว่าจะเป็นหงูหลามทอง งุหลามหยก งูบอร์เผือก งูเหลือมทอง ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับ รสนิยมและกระแสของตลาดนั้นๆ ที่ท่านๆจะเลือกตัดสินใจโดยอยู่กับความพอใจของท่านเอง

 
 
Made in THAILAND : www.2snake2fish.com