เมื่อถูกงูกัด                                                                                                  หมอกิต    
         งูเป็นสัตว์เลื้อยคลาน ที่อาศัยอยู่ตามสภาพแวดล้อมใกล้ตัวเรา ไม่ว่าจะบริเวณสวนข้างบ้าน ทุ่งหญ้า ป่า ในน้ำ หรือแม้กระทั่งสถานที่เลี้ยง เพราะฉะนั้นจึงไม่แปลก หากจะต้องถูกงูกัด แต่สิ่งที่เราอยากทราบ โดยเฉพาะหลังถูกงูกัด คือ งูมีพิษหรือไม่มีพิษ ในกรณีที่ถูกงูที่เลี้ยงไว้กัด ผู้ถูกกัดย่อมรู้ดีว่างูที่เรานำมาเลี้ยงไว้เป็นงูพิษหรือไม่ (ส่วนใหญ่เลี้ยงงูไม่มีพิษ) ขอบอกว่าคุณเป็นผู้โชคดีที่ถูกงูกัด แต่ไม่เป็นอะไร อาจมีแผลเล็กน้อยไว้เตือนไจ หรือแผลลึกกว้าง เพราะสัยชาตญาณที่กระชากอวัยวะหนี จนถูกฟันงูบาด ทำแผลนิดหน่อยสบายมาก แต่ถ้าถูกงูพิษกัดล่ะ....  
     

การสังเกตุลักษณะของงูพิษ

1. ต้องมีเขี้ยวพิษ ถ้าจับงูได้ ให้ใช้สันมีด หรือ ไม้บันทัด อ้าปากงูแล้วครูดตามแถบฟันบนของง จากส่วนลึกในปาก ออกมา ถ้าเป็นงูพิษจะสะดุดเขี้ยวและมองเห็นเขี้ยวชัดเจน ถ้าเขี้ยวพิษอยู่ใต้ตา, พับได้ จะเป็นงูพิษกลุ่มพิษอ่อน
ถ้าเขี้ยวอยู่ด้านหน้า พิษมักจะรุนแรง

2. แผลที่งูกัด จะพบรอยเขี้ยวพิษ 1-2 รอย ส่วนใหญ่มักมี 2 รอย และมีอาการที่ปวดมาก บริเวณที่ถูกกัด บางครั้งจะเป็นรอยครูด จากการกระชากอวัยวะหนี มีเลือดออกที่รอยเขี้ยว อาจพองเป็นถุงน้ำได้

3. ลักษณะทั่วไป เช่น แผ่แม่เบี้ยได้,ลำตัวเป็นสันหรือสามเหลี่ยม หรือเป็นงูทะเล พวกนี้มักเป็นงูพิษ สำหรับตาของงู ขึ้นกับชนิด ใช้เป็นแนวทางการดูว่าเป็นงูพิษได้ยาก

 
     
การปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนถึงมือแพทย์

1. ล้างแผลด้วยน้ำสะอาด ไม่ควรใช้ เหล้า, ยาสีฟัน หรือสิ่งอื่นๆทาแผล
2. บีบเลือดบริเวณบาดแผลออกเท่าที่ทำได้ ไม่ควรใช้ปากดูดเลือด หรือเปิดปากแผลเองด้วยของมีคม
3. ไม่ควรใช้ผ้าหรือเชือกรัดเหนือ บริเวณที่ถูกกัดแน่นเกินไป เพราะจะทำให้แขนขา ส่วนปลายขาดเลือดไปเลี้ยง ซึ่งอันตราย ถ้าจะรัด ควรรัดให้แน่นพอที่สามารถสอดนิ้วมือเข้าใต้วัสดุที่ใช้รัดได้ 1 นิ้วมือ และรัดทั้งเหนือและใต้แผลประมาณ 3 นิ้วมือ
4. รีบมาโรงพยาบาล ให้เร็วที่สุด
 
     
ประเภทของพิษงู     มี 3 ประเภท ขึ้นกับชนิดของงู

1. พิษต่อระบบประสาท(Neurotoxic)
-เป็นพิษที่เกิดจาก งูเห่า , งูจงอาง, งูสามเหลี่ยม และ งูทับสมิงคลา
-อาการเริ่มจาก แขน ขา ไม่ค่อยมีแรง, ง่วงนอน,หนังตาตก ลืมตาไม่ค่อยขึ้น ถ้าเป็นมากขึ้น แขนขาจะหมดแรง , กระวนกระวาย,ลิ้นเกร็ง พูดจาอ้อแอ้ เหมือนลิ้นคับปาก ตามัว , น้ำลายฟูมปาก เนื่องจากกล้ามเนื้อการกลืนเป็นอัมพาต ในที่สุดกล้ามเนื้อทุกส่วน จะเป็นอัมพาต หยุดหายใจและเสียชีวิต
   
     
2. พิษต่อเซล เนื้อเยื่อ (Cytotoxic)
-เป็นพิษที่เกิดจาก งูทะเล
-อาการเริ่มจากปวดกล้ามเนื้อ ต่อมาจะมีปัสสาวะ สีแดงคล้ำจากเซลกล้ามเนื้อถูกทำลายตามด้วยไตวาย และ ระบบหายใจล้มเหลว
 
   
พิษต่อเซล เนื้อเยื่อ (Cytotoxic)

3. พิษต่อระบบการแข็งตัวของเลือด(Haemotoxic)
-เป็นพิษที่เกิดจาก งูเขียวหางไหม้,งูแมวเซา และงูกะปะ
-อาการเริ่มจาก ปวดแผลมาก มีเลือดซึมออกจากแผล,เลือดออกตามอวัยวะต่างๆ เช่น เลือดกำเดา เลือดออกตามไรฟัน เหงือก, ไอ อาเจียน ปัสสาวะ และอุจจาระเป็นเลือด ถ้าเลือดออกมากจะเกิดภาวะระบบไหลเวียนเลือดล้มเหลว และเสียชีวิตในที่สุด

          ไม่ว่าจะถูกงูพิษหรืองูไม่มีพิษกัดก็ตาม งูนั้นกัดเราก็ด้วยสัญชาติญาณที่ป้องกันตัว หรือหวาดกลัวกับภัยจากศัตรู จึงไม่ผิดที่งูจะกัด และเราไม่ควรจะหวาดระแวงงูจนเกินไป จนต้องทำร้าย หรือฆ่างูทุกครั้งเมื่อพบเห็น เพียงเพราะกลัวถูกงูกัด แค่เราส่งเสียงดังหรือทำให้มันตื่นกลัว งูก็หนีเราแล้ว เพราะมันไม่ต้องการเผชิญหน้ากับมนุษย์ ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นศัตรูที่สำคัญของงูอันดับหนึ่ง

 
     
     
 
 
Made in THAILAND : www.2snake2fish.com