การประคองงู (ตอนที่ 2)

             งูมีพิษ

             งูเห่าไทย Thai Cobra ขนาดย่อม (งูเห่าไทยบางตัวมีขนาดใหญ่มาก อาจจะค่อนข้างลำบากหรือมีอันตราย ถ้าหากต้องสัมผัสเพียงคนเดียว) ถ้าเป็นผู้ที่มีความชำนาญ ก็อาจจะจับได้ด้วยมือเปล่า เพราะงูเห่าที่มีความดุนั้น โดยปกติก็จะไม่ฉกกัดทันที และเป็นงูที่ไม่ปราดเปรียวว่องไวนัก เมื่อพบงูขณะที่นอนอยู่ในโพรง ก็ใช้ไม้ค่อย ๆ ลูบที่หัวอย่าให้งูตกใจแล้วก็จับประมาณช่วงก้นงู (อย่าจับปลายหาง) ค่อย ๆ ยกขึ้นหิ้วให้หัวงูห้อย ยื่นแขนให้ห่างตัวผู้หิ้วพอเพื่อป้องกันไม่ให้งูแว้งกัดขาผู้หิ้วได้ แล้วจึงหย่อนปล่อยลงภาชนะ ที่เตรียมไว้ใส่วิธีนี้ใช้จับงูเห่าขณะเลื้อย ขณะกำลังชูคอแผ่แม่เบี้ยอยู่ก็ได้

             อย่างไรก็ตามสำหรับคนทั่วไป ที่ยังไม่รู้จักชนิดของงูลักษณะการแสดงออกของงู จังหวะการจับที่แน่ใจ ก็ไม่ควรจับด้วยวิธีนี้เพราะมีการพลาดบ่อยครั้ง แต่เมื่อจำเป็นจะต้องปฏิบัติงานก็ควรใช้บ่วงคล้องสัตว์ หรือจับงูโดยเฉพาะจับแทน

         ไม้บ่วงคล้องสัตว์ ทำขึ้นใช้กันง่าย ๆ แต่ใช้ได้ผลโดยการใช้แป็บน้ำโลหะ หรือถ้าต้องการให้เบา มีน้ำหนักน้อย ก็ใช้ท่อเอสลอน (พีวีซี) ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1 นิ้วฟุต ยาวประมาณ 150 เซนติเมตร แล้วใช้เชือกไนล่อนขนาดเล็กประมาณเส้นผ่านศูนย์กลางเท่าหลอดดูดกาแฟ ผนึกติดให้แน่นที่ปลายข้างหนึ่งของท่อแล้วใช้ปลายเชือกอีกทางหนึ่ง ร้อยผ่านรูท่อทะลุมายังปลายอีกด้านหนึ่งของท่อ ปลายด้านนี้เป็นด้านที่ถือไม้ ขณะใช้งานมือหนึ่งก็ถือท่ออีกมือหนึ่งจับเชือก บังคับให้บ่วงเล็กใหญ่ปลายท่ออีกด้านหนึ่ง ก็จะเป็นด้านบ่วงที่ใช้คล้องสัตว์        
        ใช้ไม้คล้องสัตว์ โดยขยายบ่วงให้กว้างพอที่จะคล้องได้สะดวก โดยคล้องทางด้านหัวงู ถ้าต้องการจับงูตัวนั้นที่คองูด้วยมือ ก็ควรคล้องแล้วดึงบ่วงให้รัดงูที่บริเวณก้านคอจะได้ใช้มือ (นิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้) จับที่บริเวณคอติดกับหัวงูก็จะแว้งกัดไม่ได้ ข้อสำคัญดึงเชือกบังคับบ่วงให้กระชับแน่นให้ดี แต่อย่าให้แน่นจนงูบาดเจ็บ ถ้าหากไม่ต้องการจับงูด้วยมือ ถ้าหากว่าไม่ต้องการจับงูที่คองู ก็อาจจะคล้องบ่วงมีถึงเกือบบริเวณกลางตัวงูก็ได้ ซึ่งจะรบกวนตัวงูน้อยกว่าเพราะงูไม่สะดุ้งกลัวเหมือนถูกรัดคอ และการดังรัดห่วงก็ไม่ต้องรดแน่นมาก ส่วนมากงูเมื่อถูกบ่วงรัดจับก็จะม้วนตัวพันรัดไม้ ดังนั้นถ้าไม้ต้องการจับงู ก็จะยกไม้คล้องทั้งที่งูพันติดอยู่ หย่อนลงในภาชนะที่เตรียมไว้เช่น ถุงผ้า แล้วค่อยคลายบ่วงออกงูจะเลื้อยออกจากบ่วงเอง
นอกจากไม้คล้องสัตว์แล้ว

 
     
        ไม้ขอเกี่ยวงู (เหล็กข้อ) เป็นเครื่องมือง่าย ๆ ธรรมดา ๆ ที่อันหนึ่งที่สำคัญสำหรับกิจการเกี่ยวกับงู ทำง่าย ๆ โดยใช้เหล็กเส้นกลมขนาดประมาณ 3 หุน ยาวประมาณ100-300 เซนติเมตร ปลายข้างหนึ่งซึ่งจะเป็นข้างที่ใช้เกี่ยวตัวงู ดัดให้งอเป็นมุมฉาก ส่วนปลายอีกข้างหนึ่งเสียบติดเข้ากับแท่งไม้ทำเป็นที่สำหรับถือ  
     
 ถ้าหากเป็นสถานที่ที่มีกิจการเกี่ยวกับงูมากชนิดก็ทำไว้หลาย ๆ ขนาด เช่นใช้เหล็กขนาด 2 หุนบ้าง 3-4 หุนบ้าง สั้นยาวต่างๆ กันเพื่อเหมาะแก่การใช้กับงูเล็กใหญ่แต่ละขนาด ไม้ขอหรือเหล็กขอนี้ใช้ได้เอนกประสงค์ เช่น ใช้เกี่ยวงูย้ายที่ภายในที่เลี้ยงเพื่อทำความสะอาดภายในตู้ ใช้เกี่ยวงูเพื่อจัดท่าทางงูเมื่อต้องการจะถ่ายภาพให้ได้ท่างาม ๆ ใช้เกี่ยวงูที่นอนอยู่สูงใช้มือเอื้อมไม่ถึง ใช้กดคองูให้นิ่งอยู่กับที่เมื่อต้องการจะจับคองูเพื่อปฏิบัติงานบางอย่าง ตลอดจนใช้เป็นเครื่องมือป้องกันอันตรายระหว่างผู้ปฏิบัติงานกับงู
     
         โครงไม้สำหรับแขวนถุงใส่งู ซึ่งใช้สำหรับใส่พักงูชั่วคราวโดยใช้ไม้แปรรูปขนาดประมาณ 1.5 x 1.5 นิ้ว ต่อเป็นโครงกล่องสี่เหลี่ยมทรงสูง ขนาดโครงกว้าง 12 x 12 นิ้ว สูง 80 เซนติเมตร ปล่อยเป็นโครงไม่ต้องบุผนังกล่อง ด้านล่างปล่อยเรียบเพื่อวางให้แนบพื้น ด้านปากโคงกล่องตอกตะปูตัดหัวไว้ห่าง ๆ เพื่อใช้เกี่ยวปากถุง ที่ต้องตัดหัวตะปูก็เพราะเพื่อความสะดวก ในการปลดถุงที่แขวงไว้ในโครงกล่อง (นิยมใช้ถุงผ้าดิบ เพราะนิ่มทั้งตัวและโปร่งระบายอากาศได้ดี) อย่าให้ยาวจนถึงพื้น เพื่อป้องกันไม่ให้งูสามารถยันพื้นชูตัวขึ้นปากถุงได้ นิยมใช้ถุงแขวนนี้เพื่อใส่งูชั่วคราวพักไว้ในระหว่างทำความสะอาด หรือซ่อมตู้ที่เลี้ยง ซึ่งได้ผลดี ไม่ทำให้งูตกใจ ไม่ทให้งูได้รับการกระทบกระเทือนมาก และไม่เป็นที่หวาดกลัวของผู้พบเห็น  
     

         ถ้าเป็นงูเห่าพ่นพิษ (Spitting Cobra) คืองูเห่าชนิดที่นอกจากจะปล่อยน้ำพิษ ผ่านทางเขี้ยวพิษเข้าสู่แผลรอยเขี้ยวของเหยื่อที่กัดแล้ว ยังสามารถอ้าปากพ่น (ฉีด) พิษออกจากเขี้ยว พุ่งเข้าสู่เป้าหรือศัตรูได้ พ่นฉีดออกไปได้ไกลประมาณ 150 เซนติเมตร (การปล่อยน้ำพิษของงู ก็เพื่อฆ่าเหยื่อและมีผลในการช่วยย่อยเหยื่ออาหารด้วย แต่งูเห่าชนิดพ่นพิษได้ จะพ่นพิษเพื่อการต่อสู้ศัตรู) งูเห่าประเภทนี้จะมีขนาดเล็กกว่างูเห่าไทย มีหลายชนิด ตัวเล็กเรียวและมักปราดเปรียว ซึ่งจริงอยู่สามารถจับได้ด้วยคน ๆ เดียวและใช้ไม้คล้องหรือคีบงูได้ แต่งูมักจะเหลี่ยวมาอ้าปากพ่นพิษใส่มีอันตรายมากกว่าการจับงูเห่าชนิดที่ไม่พ่นพิษ ผู้ที่จับงูเห่าจึงควรที่จะรู้จักชนิดของงูให้ดี แม่นการสังเกตลักษณะเฉพาะของชนิดงู มิฉะนั้นถ้าหากถูกงูพ่นพิษเข้าตา ก็จะปวดแสบปวดร้อนมาก หากพิษเข้าตาในปริมาณมากอาจถึงทำห้าบอดได้ ดังนั้นผู้ที่เข้าจับหรือกลุ่มผู้ปฏิบัติงาน จะต้องสวมหมวกซึ่งมีกระบังพลาสติกใสบังหน้า หรืออย่างน้อยก็ควรใส่แว่นตาที่กรอบกระจกใหญ่

            

 
   
  ลูกงูเห่าตัวเล็ก ๆ อีกประเภทหนึ่ง ที่มักเกิดอันตรายแก่ผู้จับ โดยที่เข้าใจผิดคิดว่ายังไม่มีพิษบ้าง พิษยังอ่อนไม่เป็นอันตรายมากนักบ้างประกอบกับตัวเล็ก เวลาชูคอแผ่แม่เบี้ย ดูท่าผงาดแต่น่าเอ็นดู จึงทำให้ผู้จับประมาทตายใจ ที่จริงงูเห่าตัวเล็ก ๆ ก็มีพิษ จริงอยู่ยังตัวเล็กมีต่อมน้ำพิษเล็กมีปริมาณน้ำพิษน้อย เขี้ยวพิษยังเล็กมากอาจเจาะเข้าสู่แผลไม่ลึก แต่ก็ไม่น่าประมาทเพราะน้ำพิษงูเห่าเพียง 1-2 หยดก็เป็นอันตรายแก่ผู้ถูกกัดได้ นอกจากนั้นถึงจะเป็นลูกงูเห่าแต่ก็มีนิสัยดุ ว่องไว แว้งกัดเก่ง ดังนั้น หากจะต้องจับก็ไม่ควรใช้จับตรงด้วยมือเปล่า ควรใช้ไม้คล้อง (ที่มีขนาดเล็ก) หรือใช้ขอเกี่ยวยกขึ้นจะดีกว่า  
     
<< อ่านตอนที่ 1          
คัดลอกมาจาก สารศูนย์สัตวศาสตร์ไทย ปีที่ 6 ฉบับที่ 69 โดย น.อ.วิโรจน์ นุตพันธ์
 
 
Made in THAILAND : www.2snake2fish.com