เปลี่ยนเพศปลากัด ด้วยใบมังคุดผลงานเด่น "ราชมงคลตรัง"                                                                                           

         "ปลากัด" ปัจจุบันได้รับความนิยมเลี้ยงกันอย่างแพร่หลายในต่างประเทศ เนื่องจากเพศผู้นั้นจะมีสีสันสดใสสวยงาม รวมทั้งยังมีครีบหูยาว และใหญ่กว่าเพศเมีย จากลักษณะนี้จึงมีการใช้ต่อสู้กันเพื่อเป็นเกมกีฬาและการพนัน จึงทำให้เพศผู้ เป็นที่นิยมในการเลี้ยงมากกว่า

       แต่จากการศึกษาพบว่าอัตราส่วนเพศผู้และเพศเมียที่ได้จากการเพาะพันธุ์เป็น 1 ต่อ 1 ดังนั้น ผู้เลี้ยงปลาชนิดนี้เพื่อการจำหน่าย จึงต้องศึกษาเทคนิคในการเพาะพันธุ์ที่เหมาะสมและลดต้นทุน เพื่อให้ได้เพศที่ตรงกับความต้องการของตลาด

       การใช้ฮอร์โมนในการแปลงเพศปลาหรือในการผลิตปลาเพศใดเพศหนึ่ง กำลังได้รับความสนใจอย่างมาก แต่วิธีการนี้ก็ยังมีข้อจำกัด การอยู่มากทั้งในด้านราคาและวิธีใช้ เนื่องจากเกษตรกรส่วนใหญ่มีพื้นความรู้ทางด้านการใช้ฮอร์โมนน้อยอยู่ ดังนั้น อาจได้ "ปลากัด" ที่ไม่ตรงกับความต้องการ ต้องสั่งซื้อฮอร์โมนมาจากต่างประเทศ ทำให้เกิดการเสียดุลการค้า

12

    

        คณะวิทยาศาสตร์การประมง สถาบันเทคโนโลยีราชมงคลตรัง โดย "อุไรวรรณ วัฒนกุล" จึงทำ "โครงการศึกษาสารสกัด จากใบมังคุด ต่อการเปลี่ยนลักษณะเพศในปลากัด" ขึ้น และได้ผลออกมาน่าสนใจยิ่ง

        การวิจัยในครั้งนี้ได้มีการนำ "ใบมังคุด" ทั้งสดและแห้ง มาทำการทดลองในแต่ละความเข้มข้น ว่ามีผลต่อการเปลี่ยนลักษณะเพศ หรือสัดส่วนเพศมากน้อยแค่ไหน โดยนำมาสกัดเป็นน้ำชาเพื่อเลี้ยง "ปลากัด" ตั้งแต่แรกเกิดจนสามารถแยกเพศได้ เพื่อเป็นแนวทาง ในการนำฮอร์โมนจากธรรมชาติมาใช้ทดแทน หากได้ผลก็จะเป็นประโยชน์ในการนำมาเปลี่ยนเพศปลาหรือทำหมันปลา เพื่อลดกิจกรรมการสืบพันธุ์และส่งผลต่อการเพิ่มอัตราเจริญเติบโต ตลอดจนสามารถ นำไปใช้ส่งเสริมอุตสาหกรรม การเพาะเลี้ยงปลาสวยงามได้

        สำหรับวิธีการศึกษานั้นแบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอน ได้แก่ การเตรียมสารสกัดจาก "ใบมังคุดแห้ง" ด้วยการทดลอง เลี้ยงปลาพ่อแม่พันธุ์ที่มีความสมบูรณ์เพศและพร้อมที่จะผสมพันธุ์ ในอัตราส่วนน้ำเปล่าต่อน้ำสกัดจาก "ใบมังคุด" เท่ากับ 1 ต่อ 1 จนเมื่อลูกปลามีอายุได้ 3-4 วัน จึงให้ไข่แดงต้มสุกเป็นอาหารวันละ 1 ครั้ง เป็นเวลา 3-5 วัน หลังจากนั้น เปลี่ยนเป็นให้ไรแดงและลูกน้ำจนกระทั่งปลาโต รวมทั้งการเก็บข้อมูลและเปรียบเทียบความแตกต่างของอัตราส่วนเพศ ด้วยวิธี "Chi-Square test"

      ทั้งนี้ เมื่อเลี้ยง "ปลากัด" ด้วยน้ำหมักจาก "ใบมังคุดสด" ที่ระดับความเข้มข้นต่างๆ กัน เป็นเวลา 30 วัน พบว่า สารสกัดที่ระดับ ความเข้มข้น 25 กรัม มีผลต่อการเปลี่ยนลักษณะเพศปลามากที่สุด นั่นคือ เพศผู้ คิดเป็น 76.79% ในขณะที่เพศเมีย คิดเป็น 23.21% เท่านั้น ส่วนสารสกัดที่ระดับความเข้มข้น 70 กรัม จะมีผลต่อการ เปลี่ยนลักษณะ ปลาเป็นเพศเมีย คิดเป็น 76.81% ในขณะที่เพศผู้ คิดเป็น 23.19% เท่านั้น สำหรับสารสกัดที่ระดับความเข้มข้น 50 กรัม ไม่มีความแตกต่างระหว่างสัดส่วนเพศ แต่ถ้าใช้สารสกัดที่ระดับความเข้มข้น 100 กรัม ก็จะทำให้ "ปลากัด" ไม่สามารถทน ได้และเสียชีวิตไปทั้งหมด

      อย่างไรก็ตาม เมื่อเลี้ยงปลาด้วยน้ำหมักจาก "ใบมังคุดแห้ง" กลับไม่พบว่ามีผล ต่ออัตราการเปลี่ยนเพศ และสัดส่วนเพศให้เป็นเพศผู้ ไม่ว่าจะมีสารสกัดที่ระดับความเข้มข้น 0 กรัม 25 กรัม 50 กรัม 70 กรัม หรือ 100 กรัม โดยเฉพาะปลาที่เลี้ยงด้วยสารที่ระดับความเข้มข้น 25 กรัมนั้น พบว่า การเปลี่ยนเพศมีความแตกต่างกันน้อยมากคือ เพศผู้ 42.08% และเพศเมีย 57.92% ดังนั้น ปลาที่เลี้ยงด้วยสารสกัด "ใบมังคุดแห้ง" ทุกชุดการทดลอง จะมีอัตราส่วนเพศเมีย สูงกว่าเพศผู้ และไม่สามารถแปลงให้เป็นเพศผู้ได้

      โดย "อุไรวรรณ วัฒนกุล" มีข้อเสนอแนะอันสืบเนื่องมาจากงานวิจัยว่า ควรจะมีการทดลอง ระดับความเข้มข้น ของสารสกัด ไม่ให้เกิน 25 กรัม เพื่อหาระดับความเข้มข้นที่เหมาะสม ต่อการเปลี่ยนเพศ รวมทั้งควรทำการศึกษาการใช้ "ใบมังคุด" ในการแปลงเพศ ปลาเศรษฐกิจชนิดอื่นๆ ที่ต้องการเพศเมียเป็นหลัก และควรจะมีการศึกษาทดลองหมัก "ปลากัด" ตั้งแต่ยังเป็นพ่อแม่พันธุ์ เพื่อดูถึงประสิทธิภาพในการที่จะเปลี่ยนเพศ

        ผลของโครงการในครั้งนี้สรุปได้ชัดเจนว่า สารสกัด "ใบมังคุดสด" ที่ระดับความเข้มข้น 25 กรัมนั้น มีผลต่อการเปลี่ยน ลักษณะ "ปลากัด" ให้เป็นเพศผู้มากที่สุด ถือเป็นข่าวดี สำหรับทั้งผู้ขาย และผู้เลี้ยงที่จะมีการพัฒนา สายพันธุ์ให้สวยงาม และตรงกับความต้องการ แม้จะเป็นการใช้เทคโนโลยีเข้ามา เพื่อเปลี่ยนแปลงธรรมชาติ ที่อาจจะดูแปลกๆ กันไปบ้างก็ตามที
-

วันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ.2547 ปีที่ 14 ฉบับที่ 4937
คอลัมน์ ข่าวสดเกษตร ข่าวสด หน้า 33
เมธี เมืองแก้ว

 
 
Made in THAILAND : www.2snake2fish.com