เกล็ด : เกล็ดของงูเปรียบเหมือนกับเสื้อเกาะอ่อน ๆ ที่ถักวางซ้อนกัน และสามารถโค้งงอ มีความยืดหยุ่นสูง โดยทั่วไปลักษระเกล็ดบนร่างกายของงูจะไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับหน้าที่และการใช้งาน รวมทั้งสีและลวดลายของเกล็ดช่วยให้มัน สามารถพรางตัวจะผู้ล่าได้อีกด้วย


           ตำแหน่งของเกล็ดงูจะมีความแตกต่างตามหน้าที่การใช้งานของชนิดเกล็ด ที่ปกคลุมอยู่บนร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นส่วนหัว ใต้ท้อง หลัง และหาง เกล็ดยังช่วยป้องกันการคุกคามจะไร และหมัด และยังช่วยในการเคลื่อนที่ได้ดีอีกด้วย


         หน้าที่ของเกล็ด ผิวหนังของงูจะแบ่งเป็น 2 ชั้น ชั้นบนจะปกคลุมไปด้วยแผงเกล็ด ต่างจากเกล็ดปลาที่สามารถถอดเกล็ดได้ แต่งูไม่สามารถทำได้ เกล็ดของงูสามารถงอกออกมาได้ใหม่ เมื่อมันขยายตัวและเกล็ดเดิมเสื่อมสภาพลง เกล็ดหางและขอบปากของู ช่วยให้มันเกาะและดึงตัวในการเคลื่อนที่ไปข้างหน้าได้ ทั้งแนวตั้งและแนวนอนได้ รวมไปถึงในพื้นที่ขรุขระ นอกจากนั้นเกล้ดยังช่วยป้องกันการละเหยของน้ำ และการสูญเสียความชื้นในร่างกาย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของการดำรงชีวิต ของงูในเทะเลทราย

 ชนิดของเกล็ด ตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายงูแต่ละตัว อาจจะมีเกล็ดมากว่า 3 ชนิดและมีหน้าที่การใช้งานแตกต่างกันไป
ioiopopo opopo pop opo pop opop
 1. Dorsal Scales ((เกล็ดบนหลัง) จะพบอยู่บริเวณหลังและด้านข้างของลำตัวเรียงเป็นแถว เราสามารถ ทราบชนิดของงูได้จากสีและลวดลายจากเกล็ดบนหลัง
          
2. Ventral Scales (เกล็ดใต้ท้อง) มันจะอยู่ด้านล่างของตัวงู มีลักษณะลื่น และเรียบ ช่วยในการเคลื่อนที่ แต่งูที่อาศัยอยู่ในน้ำจะมีเกล้ดใต้ท้องที่แคบกว่างูบนบกเพราะมันไม่มีความจะเป็น ต้องใช้หน้าท้องในฉุดลากตัวเองเพื่อเคลื่อนที่
ioioioioirtr rtrtrt rtrtr rtrtrt trt rtr trr trtr rr
ioioio opopo popo popop p

opopopoplopo popo popo popo pop opopo poo

         
          3. Head Scales (เกล็ดบนหัว) มีขนาดใหญ่ เปนแผ่น เหมือนกันเกือบทุกสายพันธุ์ ประกอบด้วย เกล็ดตรงปลายปาก ปลายจมูก ใต้ตา ริมฝีปาก และบริเวณ heatpit ซึ่งเป้นลักษณะเฉพาะของแต่ละสายพันธุ์  

 

 

         
          4. Subcaudal Scales(เกล็ดบริเวณที่ขับถ่าย) จะพบบริเวณใต้ท้องช่วงหาง ปิดอวัยวะสืบพันธุ์ และที่ขับถ่ายไว้ โดยอาจจะเป็นเกล็ดคู่ หรือเกล็ดเดี่ยวแล้วแต่ชนิดของงู    

          สีของเกล็ด เกล็ดแต่ละเกล็ดจะจุไปด้วยเม็ดสีมากมาย บางสายพันธุ์จะมีลักษณะพิเศษ เช่นเป้นตุ่ม หรือจุก แทรกขึ้นมา หรือบางสายพันธุ์ก็มีสีเดียว เพื่อการดำรงชีวิตให้กลมกลืนกับ สิ่งแวดล้อม เช่น งูเหลือม Rainbow Boa ซึ่งเกล็ดของมันมีลักษณะพิเศษสามารถหักเหแสงทำให้เกิดสีรุ้งได้ บางสายพันธุ์ก็มีการเปลี่ยนสี เช่น งูหลามเขียวต้นไม้ (Green Tree Python) เมื่อแรกเกิดจะมีสีเหลือง หรือแดง หลังจากโตเต็มวัยก็จะเปลี่ยนเป็นสีเขียว นอกจากนั้นยังพบงูบางสายพันธุ์ที่เปลี่ยนสีไปมาได้

           ลักษณะพิเศษของเกล็ด งูบางตัวจะมีลักษณะพิเศษ มีเกล็ดลักษณะคล้ายหนามยื่นออกมา เช่น Madagascanyvine Snake หรือมีเกล็ดคล้ายเขายื่อออกมา เช่น Desert Horned Viper

           บางตัวปลายหางมีลักษณะพิเศษแหลมคมสามารถกด จิกเหยื่อได้ งูที่อยู่ในโพรงสามารถใช้หางอุดปากโพรงเพื่อป้องกันการตามล่าของศัตรูได้ งูบางสายพันธุ์ เช่นงูหางกระดิ่ง (Rattlesnake) เกล็ดหางมีลักษณะพิเศษ เป็นป่องกลวงใช้สั่นให้เกิดเสียงเพื่อขู่ศัตรู

 
 
 
Made in THAILAND : www.2snake2fish.com